ผลกระทบของการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป

การดื่มคาเฟอีนมากเกินไปสามารถนำไปสู่ผลข้างเคียงที่หลากหลาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่พบในเครื่องดื่มหลายชนิด เช่น กาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลัง แม้ว่าจะมีประโยชน์ในการเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ แต่การบริโภคในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ แม้ว่าคาเฟอีนจะมีประโยชน์ในหลายด้าน แต่การบริโภคมากเกินไปอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อสุขภาพ การระมัดระวังในการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม และการตระหนักถึงอาการที่เกิดจากการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพที่ดีและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น เมนูกาแฟในร้าน Starbucks เอสเปรสโซ 1 ช็อต มีปริมาณคาเฟอีน 75 มิลลิกรัม หรือ ลาเต้ ปริมาณคาเฟอีน 150 มิลลิกรัม ในแต่ละเมนูจะมีคาเฟอีนที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นควรเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพของเรา ผลกระทบของการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป ภาวะคาเฟอีนเป็นพิษ (Caffeine Intoxication) การดื่มคาเฟอีนในปริมาณมากเกินไปในระยะเวลาสั้นๆ อาจนำไปสู่ภาวะคาเฟอีนเป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบประสาทส่วนกลางถูกกระตุ้นมากเกินไป อาการที่พบได้รวมถึง หน้าแดง วิงเวียนศีรษะ หงุดหงิด ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กล้ามเนื้อกระตุก และนอนไม่หลับ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง กระสับกระส่าย วิตกกังวล ความคิดและการพูดสับสน ปัสสาวะมากผิดปกติ ปวดท้อง และร่างกายขาดน้ำ ภาวะเสพติดคาเฟอีน (Caffeinism) การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณมากๆ … Read more

6 แนวทางในการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ภายในเวลาอันสั้น หากแต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความอดทน ความพยายาม และวินัยในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนและปลอดภัยต้องคำนึงถึงการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสมดุล 6 แนวทางในการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน 1. การตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และยั่งยืน การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนควรเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ เช่น การลดน้ำหนักประมาณ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นอัตราที่ปลอดภัยและเหมาะสม เป้าหมายที่สมเหตุสมผลจะช่วยลดความกดดันและทำให้คุณมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ 2. การควบคุมอาหารด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ การลดน้ำหนักควรเน้นที่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสมดุล เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เช่น 3. การจัดการปริมาณแคลอรี่ การควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่รับประทานเป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก คุณควรทำการคำนวณแคลอรี่ที่เหมาะสมสำหรับการลดน้ำหนักของคุณและจัดการปริมาณอาหารให้สอดคล้องกับเป้าหมาย แต่ควรหลีกเลี่ยงการลดแคลอรี่ลงมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและพลังงาน 4. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนัก ควรเลือกการออกกำลังกายที่คุณชื่นชอบและทำได้อย่างสม่ำเสมอ 5. การติดตามและปรับเปลี่ยนแผน การติดตามความก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์และปรับเปลี่ยนแผนตามความเหมาะสม หากน้ำหนักลดลงช้ากว่าที่คาดไว้ ควรประเมินและปรับเปลี่ยนแผนอาหารและการออกกำลังกายให้เหมาะสม 6. การดูแลสุขภาพจิตใจและการพักผ่อน สุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนัก การจัดการความเครียดและการนอนหลับเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการเกิดภาวะอ้วนหรือโรคที่เกี่ยวข้อง การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและปลอดภัยไม่ใช่เพียงแค่การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในระยะยาว โดยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสมดุลควบคู่กันไป นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตและการพักผ่อนอย่างเพียงพอเพื่อให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน อ้างอิง

5 ข้อแนะนำในการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน

คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่พบในเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลม คาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ แต่การบริโภคคาเฟอีนเกินขนาดหรือไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ 5 ข้อแนะนำในการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน 1. การบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม 2. หลีกเลี่ยงการบริโภคคาเฟอีนก่อนนอน คาเฟอีนสามารถรบกวนการนอนหลับได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนในช่วงเย็นหรือก่อนนอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการนอนไม่หลับและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว 3. ตรวจสอบส่วนประกอบของเครื่องดื่ม อ่านฉลากและตรวจสอบปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มเสมอ เครื่องดื่มบางชนิดอาจมีคาเฟอีนมากกว่าที่คาดคิด เช่น ชาเขียว ชาดำ และเครื่องดื่มชูกำลัง 4. หลีกเลี่ยงการบริโภคคาเฟอีนร่วมกับแอลกอฮอล์ การบริโภคคาเฟอีนร่วมกับแอลกอฮอล์สามารถทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวและไม่ได้รับรู้ถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจนำไปสู่การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 5. ระมัดระวังสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือผู้หญิงตั้งครร อ้างอิง

ข้อระวังในการบริโภคคาเฟอีน

สารกาเฟอีนหรือคาเฟอีน (Caffeine) เป็นสารที่ร่างกายจะดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดที่มีฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนของโลหิต คาเฟอีนพบได้ในเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลม คาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ แต่การบริโภคคาเฟอีนเกินขนาดหรือไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้น ควรทราบข้อควรระวังต่อไปนี้ในการใช้เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน อาจก่อให้เกิดอันตรายหากได้รับในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นประจำ ข้อระวังในการบริโภคคาเฟอีน การบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับผู้ใหญ่ การบริโภคคาเฟอีนไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 4 แก้ว การบริโภคเกินขนาดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น หัวใจเต้นเร็ว หงุดหงิด นอนไม่หลับ และคลื่นไส้ เด็กและวัยรุ่นไม่ควรบริโภคคาเฟอีนเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 แก้วกาแฟ การบริโภคคาเฟอีนเกินขนาดในวัยนี้อาจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต การพัฒนา และการนอนหลับ ตัวอย่างเช่น เมนูกาแฟในร้าน Starbucks เอสเปรสโซ 1 ช็อต มีปริมาณคาเฟอีน 75 มิลลิกรัม หรือ ลาเต้ ปริมาณคาเฟอีน 150 มิลลิกรัม ในแต่ละเมนูจะมีคาเฟอีนที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นควรเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพของเรา ความเครียดและความวิตกกังวล … Read more

“ขยับแค่ไหนถึงจะพอ” คำแนะนำสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี

การเคลื่อนไหวร่างกายหรือการออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การทำกิจกรรมทางกายไม่เพียงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตและการควบคุมน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม คำถามที่สำคัญคือ “ขยับแค่ไหน ถึงจะพอ?” การเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้จำกัดเฉพาะการออกกำลังกาย แต่รวมถึงการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันและการทำงานด้วย การทำกิจกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดในสมองตีบ โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ โรคอ้วน โรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ การมีพฤติกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายและส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสม 1. ความเข้มข้นของการออกกำลังกาย สำหรับการออกกำลังกายระดับปานกลาง (Moderate-intensity activity) เช่น เดินเร็ว ขี่จักรยาน หรือทำสวน ควรทำอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับการออกกำลังกายระดับสูง (Vigorous-intensity activity) เช่น วิ่ง แอโรบิก หรือกีฬาเข้มข้น ควรทำอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ควรรวมการออกกำลังกายที่สร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ 2. การผสมผสานระหว่างประเภทของการออกกำลังกาย ควรผสมผสานการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic exercise) และการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ (Strength training) เพื่อให้ร่างกายได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ 3. … Read more

ตัวช่วยคนไทยให้สุขภาพดีมีสุขด้วยแอปพลิเคชัน “ไทยสุข”

กลุ่มโรคอันดับหนึ่งที่คร่ำชีวิตคนไทยในปัจจุบันคือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกกันว่า “เอ็นซีดี” (non-communicable diseases) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โขมันในเลือดสูง ซึ่งแม้ว่าการดำเนินโรคจะเซ็นไปอย่างช้า ๆ ไม่กระโตกกระตาก แต่จริง ๆ แล้วมีการสะสมอาการอย่างต่อเนื่อง แล:ก่อให้เกิดโรคที่รุนแรงขึ้นอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไตเรื้อร้ง ฯลๆ นำไปสู่การสูญเสี่ย ไม่ว่าจะเสี่ยเวลา เสียเงิน ไปจนถึงเสี่ยชีวิตถ้าถามถึงสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคกลุ่มนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลัก 4 อย่าง คือ ลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มการออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ และจำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ประมาณร้อยละ 80 และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 1 ใน 3 ดังนั้นหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรรมการใช้ชีวิตโดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมพักผ่อนให้พอเพียง ร่วมกับการจดบันทึกและติดตามสุขภาพเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเหล่านี้ได้ ผู้ที่กำลังวางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อยากออกกำลังกาย อยากดูแลสุขภาพ และอยากได้ผู้ช่วยที่จะมาคอยอำนวยความสะดวกให้แผนการมีสุขภาพดีดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด กองบรรณาธิการสาระวิทย์มีแอปพลิเคชันผลงานนักวิจัยไทย ดาวน์โหลดง่าย ใช้ฟรี มาแนะนำให้ลองใช้กัน … Read more

ยุ่งจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย? 5 เคล็ดลับเพิ่มกิจกรรมทางกาย

การรักษาสุขภาพที่ดีต้องขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่ในชีวิตประจำวันที่ต้องทำงานหนักและยุ่งเหยิง บางครั้งการหาเวลาเพื่อออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย ดังนั้น เรามีเคล็ดลับ 5 ข้อที่ช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายให้แก่คุณง่ายๆ สามารถทำเองได้ 1. ตั้งเป้าหมายและวางแผน การวางแผนเป้าหมายในการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณมีการจัดการเวลาได้มากขึ้น กำหนดเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวันที่สามารถทำกิจกรรมออกกำลังกายได้ เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอนหรือตอนเย็นหลังเลิกงาน 2. ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ใช้แอพพลิเคชั่นหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวที่ช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น แอพพลิเคชั่นติดตามการเดิน การวิ่งหรือการฟิตเนส หรือนาฬิกาข้อมือที่มีฟังก์ชันตรวจสุขภาพ 3. แบ่งกิจกรรมออกเป็นส่วนย่อย หากคุณไม่สามารถหาเวลาที่ยืดหยุ่นได้ในแต่ละวัน ลองแบ่งกิจกรรมออกเป็นส่วนย่อยที่สั้น ๆ เช่น 10-15 นาที บางครั้งก็เพียงพอที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีพลังงาน 4. เลือกกิจกรรมที่เพลิดเพลิน การเลือกกิจกรรมที่คุณเพลิดเพลินและไม่ใช่ภาระจะช่วยให้คุณมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้นในการออกกำลังกาย เช่น การเต้นรำ, โยคะ, หรือการเดินป่า 5. ใช้โอกาสในชีวิตประจำวัน ใช้โอกาสในชีวิตประจำวันให้เป็นโอกาสในการออกกำลังกาย เช่น การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์, การเดินไปยังสถานที่ใกล้เคียงในเวลากลางวัน, หรือการทำงานออกแรงที่ทำให้คุณได้เคลื่อนไหวมากขึ้น การยุ่งจนไม่มีเวลาออกกำลังกายไม่ควรเป็นเหตุผลในการทำให้คุณสูญเสียการดูแลสุขภาพ ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ คุณสามารถเพิ่มความกระฉับกระเฉงในการออกกำลังกายได้และรักษาสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน อ้างอิง ThaiSook

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพสำหรับวัยทำงาน  แนวทางง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข

การดูแลสุขภาพของวัยทำงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากวัยนี้เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับความเครียดและการทำงานหนักมากที่สุด การดูแลสุขภาพในวัยนี้จึงไม่ใช่แค่การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสมดุลในชีวิตประจำวันที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย นี่คือคำแนะนำในการดูแลสุขภาพของวัยทำงาน 1. การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ควรรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ โดยเน้นผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์และน้ำตาลสูง และเลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลา ไก่ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น 2. การออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและรักษาความสมดุลของร่างกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น การยกน้ำหนัก การเล่นโยคะ เป็นต้น 3. การพักผ่อนที่เพียงพอ การนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืนเป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและสมอง ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการนอน เช่น ห้องที่มืด สงบ และเย็น และควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน 4. การจัดการความเครียด ความเครียดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวัยทำงาน แต่สามารถจัดการได้ด้วยการฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก ๆ การนั่งสมาธิ หรือการทำโยคะ นอกจากนี้ยังควรหางานอดิเรกที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น … Read more

มีสุขภาพดีได้ด้วย 3 อ. (อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์) สำหรับวัยทำงาน

การมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ โดยเฉพาะในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดและการทำงานหนัก การดูแลสุขภาพในวัยนี้สามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามหลักการ “3 อ.” ซึ่งประกอบด้วย อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ดังนี้: 1. อาหาร การรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสุขภาพ ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 2. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3. อารมณ์ การจัดการอารมณ์และความเครียดเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพจิต ควรหาวิธีผ่อนคลายและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการทำงาน การปฏิบัติตามหลักการ “3 อ.” อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้วัยทำงานมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและทำให้มีความสุขในชีวิตประจำวัน อ้างอิง ThaiSook

วิธีง่ายๆ ในการกินผักให้ครบ 400 กรัมต่อวัน สุขภาพดีเริ่มต้นที่จานอาหารของคุณ

การรับประทานผักให้เพียงพอในแต่ละวันมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพ โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้เราควรบริโภคผักและผลไม้รวมกันอย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นและช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่าง ๆ แต่สำหรับหลายคน การกินผักให้ได้ปริมาณนี้อาจดูเป็นเรื่องท้าทาย นี่คือเคล็ดลับในการกินผักให้ได้ 400 กรัมใน 1 วัน 1. เริ่มวันด้วยผัก 2. เพิ่มผักในมื้อกลางวัน 3. ทำผักเป็นของว่าง 4. เพิ่มผักในมื้อเย็น 5. เตรียมผักล่วงหน้า 6. ใช้ผักเป็นส่วนประกอบหลัก การรับประทานผักให้ได้ 400 กรัมใน 1 วันไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีการวางแผนและเตรียมตัวให้ดี ผักเป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การเพิ่มปริมาณผักในแต่ละมื้อจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ อ้างอิง ThaiSook